Select Page

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2566

สำนักข่าวรอยเตอร์ได้รายงานจากกรุงเทพ เกี่ยวกับ เศรษฐกิจไทยทีมีการขยายตัวเร็วกว่าที่คาดไว้ ในไตรมาสแรก เนื่องมาจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว ซึ่งทำให้นักลงทุนทั้งในเเละต่างชาติ เตรียมรับมือกับการเปลี่ยนที่จะเกิดขึ้น

ที่ผ่านมาการฟื้นตัวของเศรษฐกิจการท่องเที่ยวได้ชะลอตัวลงทั้งในประเทศไทยเเละทั่วโลก เนื่องจากโควิด-19 แต่เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ แต่ก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง นักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาไทย มากขึ้น ทำให้การฟื้นตัวเพิ่มขึ้นถึง 11-12% ของ GDP เเละคาดว่าจะช่วยชดเชยผลกระทบจากการส่งออกที่ลดลง

ฝ่ายกลยุทธิ์ของรัฐบาลไทย ออกมาย้ำแนวโน้มการเติบโตของ GDP มีเกณฑ์จะขึ้นไปแตะที่ 2.7%-3.7% ในปี 2566 เทียบกับ 2.6% ในปีก่อน โดยกล่าวว่าบรรยากาศหลังการเลือกตั้งควรเป็นไปในเชิงบวกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

นักเศรษฐศาสตร์ของสำนักข่าวรอยเตอร์ คาดว่าGDP ของไทยจะขยายตัวเพิ่ม 2.3% เมื่อเทียบเป็นรายปีในเดือนมกราคม-มีนาคม และ 1.7% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถยกระดับตลาดหุ้น ( .SETI ) ที่ลดลงมากถึง 1.3% ในการซื้อขายช่วงเช้าเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางการเมืองและคำมั่นสัญญาด้านนโยบายหลังการเลือกตั้ง เเละเรื่องเงินบาทแข็งค่าขึ้นก่อนหน้านี้

“สิ่งที่ต้องรีบดำเนินการโดยเร็วที่สุดคือการจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ซึ่งจะสานต่อนโยบายที่สนับสนุนภาคธุรกิจและประชาชนอย่างรวดเร็ว” ชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าว

กอบสิทธิ์ ศิลปชัย หัวหน้าฝ่ายวิจัยตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า “จนกว่าจะมีความชัดเจนทางการเมือง ภาคเอกชนจะรอดูก่อนตัดสินใจลงทุน โดยเฉพาะความกังวลเรื่องการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ”

แต่อย่างไรก็ตาม ประเทศนี้เอาชนะเป้าหมายการท่องเที่ยวในปี 2565 ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยว 11.15 ล้านคน ก่อนการระบาดใหญ่ในปี 2562 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเกือบ 40 ล้านคนใช้จ่ายไป 1.91 ล้านล้านบาท (56 พันล้านดอลลาร์)

สภาพัฒน์ยังคงคาดการณ์การส่งออกสินค้าในปี 2566 ว่าจะลดลง 1.6% และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ระหว่าง 2.5% ถึง 3.5%

($1 = 33.85 บาท)

#jonny168 #jonnymoney #การเงิน #การลงทุน #เลือกตั้ง66